กาลครั้งหนึ่ง....

posted on 04 Nov 2010 01:40 by apaew69
 
.
 
...
 
สมัยเด็กๆเรามักชอบตื่นเต้นกับงานเทศกาลแถวบ้าน
ทั้งๆที่เป็นงานเล็ก แต่ก็มีความสุขทุกครั้งเมื่อพ่อแม่บอกว่าจะพาไป
 
งานที่เราชอบคืองานประจำปีศาลเจ้าปู่-ย่า ของอำเภอที่อยู่
หนึ่งปี จะมี1ครั้ง... เราก็จะตามป๊าไปเพราะป๊าเป็นคณะกรรมการ
รู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์มาก ทั้งๆที่ก็ไม่ต่างกับคนอื่นเลย 55 55
 
ตอนเด็กๆเราคิดว่างานมันใหญ่มาก 
แต่พอโตมาต้องไปเรียนที่อื่น... ความทรงจำสนุกๆนั้นก็หายไป
เวลามาเจองานแบบนี้ก็รู้สึกเบื่อ ไม่สนุกกับมันอีกแล้ว
เพราะความเป็นผู้ใหญ่ที่ความสนุกมักจะค่อยๆหายไปในชีวิต
เราไปสนุกกับอย่างอื่น...
 
ครั้งนี้ได้กลับมานานและอยู่นานพอสมควร
เลยได้มีโอกาสไปงานนี้อีกครั้ง งานมาเร็วกว่าแต่ก่อนมาก
คงเพราะอยากให้เรา หันมาสนุกกับมัน ที่เราหลงลืมไปในสมัยเด็ก
(เข้าข้างตัวเอง)
 
.
 
IMG_8068.jpg picture by preawimcan
 
 
IMG_8064.jpg
 
โคมไฟ ศาลเจ้า... เป็นความทรงจำชิ้นหนึ่งเชียว ที่ชอบเห็นแสงแดงๆของมัน
 
IMG_8071.jpg

ประตูเข้าศาลเจ้า.... ตอนด็กๆมาไหว้ทุกครั้งก็รู้สึกกลัว
 
IMG_8073.jpg
 
คงจะเป็นเพราะประตูมีรูปที่เรารู้สึกกลัว แต่พอโตมารู้สึกว่าดูสวย และน่าเกรงขามดี...
 
IMG_8125.jpg
 
ตอนเด็กๆชอบเรียกว่าพระอ้วน =='' จนติดปาก มักจะโดนอาม่าด่าประจำ
 
IMG_8089.jpg
 
ในงานก็ต้องมีการละเล่นซึ่งตอนเด็กๆชอบมากเล่นทุกอย่างที่มีเชียว :D
 
IMG_8093.jpg
 
ขนมที่งานศาลเจ้าขาดไม่ได้ ต้องน้ำตาลปั้น ตอนเด็กๆชอบยืนดูเค้าทำทั้งวัน พ่อต้องมาเรียก
ครั้งนี้เลยซื้อมา 2 อัน แต่ยังไม่กินเก็บไว้ในตู้เย็น ยังไม่อยากแกะเลย 5 555
 
สิ่งสุดท้ายที่งานศาลเจ้าขาดไม่ได้เลยคือ
การแสดงอุปรากรจีน หรือ งิ้วนั่นเอง
ตอนเด็กเคยกลัว แต่ก็ชอบไปดูกับอาม่าบ้าง..
 
IMG_8080.jpg

กำลังจะเปิดทำการแสดงแล้ว

IMG_8106.jpg

ก่อนเปิดการแสดง นักแสดงจะต้องไปไหว้เจ้าก่อนถึงจะเริ่มได้

IMG_8116-2.jpg

 

.

..

 

ในงานบรรยากาศ 10 กว่าปีที่แล้วเป็นยังไง ตอนนี้ก็ไม่ต่างมาก
อาจจะต่างกันที่บางคนโตขึ้น บางคนแก่ขึ้น
และมีอะไรแปลกใหม่เข้ามา มากกว่าเดิม
 
แต่เราก็สนใจแต่สิ่งเดิมๆ ในสมัยเด็ก.......
 
รู้สึกว่ามีความสุขจังเลย ที่ได้หวนคิดถึงมันอีกครั้ง
 
แม้หลายคนบอกว่าเราควรคำนึงถึงปัจจุบันและอนาคต...
                                       แต่อย่าลืมนะว่า เรายังมีอดีตให้หวนคำนึงถึงเสมอ...
 
ไม่ผิดหรอกที่เราจะค้นซอกมุมลึกๆ ในอดีตหยิบขึ้นมาอีกครั้ง
เพื่อความรู้สึกที่ดีๆ จะได้ย้อนมาอีกครั้ง
 
ทุกคนจึงมีกาลครั้งหนึ่ง.....ของตัวเองทุกครั้ง
 
แล้วของคุณหล่ะ ???
 
:D ยิ้มให้กับอดีตทุกสิ่งที่ผ่านมา 

 

edit @ 4 Nov 2010 02:10:29 by apaew

edit @ 4 Nov 2010 02:11:55 by apaew

"ความเหงา ความหนาว"

posted on 02 Nov 2010 18:20 by apaew69
 
อากาศหนาวๆแบบนี้ อยากไปยืนอยู่ที่สูงๆสูดลมหายใจให้เต็มปอด
รับอ๊อกซิเจนบริสุทธิ์ คงจะมีความสุขน่าดู

อากาศหนาวหลายคนชอบ หลายคนไม่ชอบเพราะทำให้ไม่สบายง่าย

ส่วนเราชอบหน้าหนาวและหน้าฝน
แต่หน้าฝนมีข้อเสียคือไปไหนมาไหนลำบาก
ถ้านอนอยู่บ้ายเฉยๆหล่ะก็เยี่ยมที่สุด!

หน้าหนาวนั้นเป็นหน้าที่มีความสุขของเด็กๆและผู้ใหญ่หลายคน
เพราะเป็นหน้าเทศกาลคริสมาสตและเข้าสู่ปีใหม่ม่

เราจะเห็นได้ว่าหลายคนๆรอช่วงนี้มาเป็นปีทีเดียว!

หน้าหนาว
 เราชอบการเดินทาง การฟังเพลง และการอ่านหนังสืออยู่บนเตียงอุ่นๆ
รู้สึกว่ามันมีความสุขมากๆ เป็นสิ่งที่ไม่ได้หาง่ายๆนะ
เพราะ 1 ปี มีไม่กี่เดือน บางเดือนหนาวไม่กี่วัน
หรือปีนั้นไม่หนาวเลย โดยเฉพาะ กรุงเทพ

อีกสิ่งนึงที่ชอบเวลาหน้าหนาวคือ
การไปนั่งร้านอาหารสบายๆ นั่งฟังเพลง ดนตรี คอนเสิร์ตชิลลๆ
ได้นั่งเม้าท์กับเพื่อนกับครอบครัว
แหมมันมีความสุขเหลือเกิน
 (*เออ!!หน้าหนาวก็มาพร้อมกับแอลกอฮอล์เหมือนกันนะ 55)


หน้าหนาวมาพร้อมกับเทศกาลความสุข
มาพร้อมกับความประทับใจต่างๆ
และอีกสิ่งหนึ่งคือมาพร้อมกับ''ความเหงา''

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าความหนาวกับความเหงามาพร้อมกันได้ไง
ตัวสะกดก็คล้ายกันนะ หน หง 
แต่ก็ยังงงอยู่ดี......

ความเหงามักจะเข้ามาเมื่อเรา่ต้องอยู่คนเดียว ในอากาศหนาวงั้นหรอ..
ก็ไม่น่าจะใช้เพราะ เปิดแอร์นอนอยู่คนเดียว ยังไม่เหงาเลย ==''

แต่ถ้าให้สรุปใจความสั้นๆ
ว่าทำไมความเหงากับความหนาวต้องมาพร้อมกัน
ก็คงต้องบอกว่า
 มันจะเกิดกับคนที่อยู่ตัวคนเดียว.. 
ตัวคนเดียวไม่ใช่หมายถึงนอนอยู่ในห้องคนเดียวนะ
แต่มันหมายถึงยังไม่มีใคร หรือ ตอนนี้ไม่มีใครแล้ว ToT''

แต่อย่าลืมครอบครัวว่าเรายังมี (แต่นะมันก็คนละความรู้สึกเลย)





เสียงหัวเราะที่ฟังสนุก เมื่อความรักบานเต็มหัวใจ
ยิ้มของคนที่มีความสุข อากาศหนาวๆ คนรักใกล้ๆ
 
บรรยากาศที่ดีๆ มากมาย อยู่รอบกายฉัน
แต่ความรู้สึกนั้นกลับตรงข้ามกัน
 
ข้างในใจฉันเหน็บหนาว เงียบเหงา
 วันเวลาเก่าๆ ที่ฉันเคยมีเธอ
                         
 "ความเหงา กับความหนาว"
               
 เป็นอะไรที่ช่างปวดร้าวเมื่อต้องเจอ
  จะผ่านให้พ้นคืนหนึ่ง ก็เป็นเรื่องยากเย็นเสมอ
 ยิ่งคนที่ใจเคว้งคว้าง ยิ่งไม่มีทางจะผ่านได้เลย


 
ลองคลิ๊กฟังได้เลย... เพลงเค้าเพราะ 555



 

เมื่อคืนได้มีโอกาสฟังเพลงใหม่! ของ พี่บอย ตรัย

ฟังไปครั้งแรกบอกตรงๆว่ารู้สึกเฉยๆมาก

แต่พอฟังรอบต่อมา และฟังไปเรื่อยๆหลายๆรอบ

มันรู้สึกสุขใจที่ได้ฟัง

เนื้อเพลงที่ออกมาแต่ละคำ มันมีความเศร้า แต่แฝงกำลังใจ

ถ้าเราฟังไปผ่านก็คงรู้สึกว่ามันเกี่ยวกับปัญหาบ้านเมือง

แต่พอลองจับใจความแต่ละประโยคแล้ว มันอาจเกี่ยวกับชีวิตของเราก็ได้

 

มันคงไม่ใช่แค่ฉัน ที่รู้สึกว่าหวั่นไหว
กับบาดแผลที่มีในหัวใจ เวลานี้
และก็ได้แต่หวังหวัง ให้จบตอนท้ายลงด้วยดี
แต่วันนั้นมันจะมี ได้อย่างไร

มันคงไม่ใช่แค่ฉัน ที่สับสนอยู่อย่างนี้
เกิดคำถามกับเรื่องราวที่มี ไม่เข้าใจ
และคงไม่ใช่แค่ฉัน ที่อยากจะรู้มีสิ่งใด
ที่วันนี้พอทำได้ มากกว่าแค่ดู

เราต้องเจ็บปวดอีกกี่ครั้ง
หัวใจของเราจึงจะรับฟัง อยากจะรู้

(เราผ่านเรื่องราวมากี่ครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครที่จะตระหนักถึงผลลัพธ์ของมันเลย

สุดท้ายก็จบลงที่ความเจ็บปวดของตัวเราเอง บางคนบอกว่าประสบการณ์ถือซะว่าเป็นอาจารย์

แต่จะว่าปรสบการณ์แบบนี้ บางครั้งมันก็ยังแค่เป็นเด็กนักเรียนอนุบาลคนนึง

ที่ฝันว่าอยากจะเป็นอาจารย์เท่านั้นเอง)

ในเมื่อสุดท้ายที่ต้องเหลือต้องอยู่ คือเธอและฉัน
แล้วทุกสิ่งที่พ้นที่ผ่าน มันสอนอะไร
ให้ท้ายที่สุดที่เรายังเหลือ คือความเข้าใจ
กลับมาเชื่อในกันและกันอีกครั้ง ได้ไหม

มันคงไม่ใช่แค่ฉัน ไม่ใช่เธอไม่ใช่เขา
แต่มารวมให้เป็นคำว่าเรา จะได้ไหม

เราทุกคนก็พ่ายแพ้ เพื่อจะชนะด้วยกันใหม่
เราจะถอยเพื่อก้าวไป ได้หรือยัง

เราต้องเจ็บปวดอีกกี่ครั้ง
หัวใจของเราจึงจะรับฟัง อยากจะรู้

ในเมื่อสุดท้ายที่ต้องเหลือต้องอยู่ คือเธอและฉัน
แล้วทุกสิ่งที่พ้นที่ผ่าน มันสอนอะไร
ให้ท้ายที่สุดที่เรายังเหลือ คือความเข้าใจ
กลับมาเชื่อในกันและกันอีกครั้ง ได้ไหม

ตอนนี้ทุกคนต่างมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป

ก็ไม่ได้โทษใครนะคะเพราะคนเรามักจะมคีวามเห็นต่างกันอยู่แล้ว

 แต่บางคนต่างแล้วแตกด้วยนี่ซิ่มันน่าห่วง

ตอนนนี้เราก็บอบบางมากไปแล้วเจอข่าวอะไรก็ตีกระจาย

จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรเลย

อาจจะเป็นแค่ความเข้าใจผิดเล็กๆ แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ใช่ฝ่ายตนก็ดันไปหาว่าเค้ามันเลวซะงั้น

ด่ากันเสียหาย อีพวกฟอเวิร์ดอีกเยอะเลย ก็เข้าใจว่ามันก็ต้องมีมูลบ้าง

แต่บางเรื่อง ถ้าอยากส่งต่อแล้ว ต้องการให้ทะเลาะ หรือ อาฆาตพยาบาทโกรธเกลียดกันอีก

คุณคนที่ส่งนั่นแหลล่ะสมควรโดนต่อว่ามากกว่า

จากบทเพลง ท่อนสุดท้าย กลับมาเชื่อในกันและกันอีกครั้ง ได้ไหม

ได้หรือเปล่าตอนนี้อยากให้เรากลับมาเชื่อใจกันอีกครั้ง

อย่าพึ่งโทษอะไรเลย ตอนนี้ไม่ได้ขอให้ใครมารักกัน

เพราะเราตองยอมรับว่าปัจจุบันคนไทยไม่ได้รักกัน!

อย่างที่เคยเป็น

แต่ขอแค่ให้กลับมาเชื่อใจกันเหมือนเดิมก็พอ

 

 

ลิ้งเพลง :: http://www.insidezentrady.com/blog/

ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ

Review : เรื่อยเปื่อย!

posted on 31 Jan 2010 11:17 by apaew69

 พรุ่งนี้กลับมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ กลับมาอยู่บ้านได้เกือบ 2 อาทิตย์เนื่องจากมหาลัยปิดงานแข่งกีฬา 5 55*

กลับมาบ้านสบายมาก  ไม่ต้องคิดอะไรได้ปลดปล่อยตัวเองกับหนังสือดีๆ เพลงๆเพราะ

ได้เดินฟังเสียงผู้คน ได้ยินเสียงเด็กๆเจี้ยวจ้าวก่อนไปโรงเรียน...(พอดีอยู่บ้านนอกอ่ะนะ 5 5)

ไม่เหมือนตอนอยู่ที่ กทม ทำไมมันช่างวุ่นวายขนาดนี้ มีแต่ความรีบเร่ง เฮอ เฮอ .. 

หรือว่าเราคิดไปเอง! ที่จริงถ้าเราจะคิดให้มันช้าลงก็คงจะได้ ... หรือเปล่า..

 แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะแต่ละสังคมก็มีความแตกต่างกันอยู่เสมอ .. วุ่นวายบ้าง สงบเงียบบ้าง

นั่นคือ เอกลักษณ์ของแต่ละสังคม ...

กลับมาบ้าน ได้เข้าไปเดินในเมืองอุดร  55* (ก็ถึงบอกว่าอยู่บ้านนอก)  แหมม๋ ..

เห็นอะไรเปลี่ยนไปเยอะ จากห้างที่เคยเดินประจำตั้งแต่เด็กจนจบ มอปลาย.

เจริญศรีคอมเพล็กซ์ กลายเป็นเซ็นทรัลพลาซ่า แหมม ไฮโซซะไม่มี--''  แต่เราก็เรียก เจริญศรีเหมือนเดิม ฮา ๆๆ

แต่ไปสะดุดอยูที่นึง เค้าเรียกว่า ยูดี ทาวน์ (ว่างั้น) ! บรรยากาศดีมาก มีของให้เลือกซื้อกินกันเยอะ ..

มีสนามหญ้าให้เด็กๆวิ่งเล่น มีที่เดินสบายๆๆ ต้นไม้เยอะดี ฮา *

เดินไปเรื่อยๆ เจอ mc เข้าโอ้วว ใช้โปร 60 บาทของ ais ซื้อกินกันเลย
มี 2 ชาบูชิ กับ โออิชิด้วยยย สุโค่ยเลย ฮา .*
กินเยอะไปแล้ว ก็แวะซื้อของกัน (มีหลายร้านหลายยี่ห้อให้เลือก)
บรรยากาศสถานที่ดีมาก
สถาปัตยกรรมต่างๆก็ดูสวยดีค่ะ
ร้านนมร้านนี้ อร่อยค่ะขนมปังก็มีหลายแบบ
ส่วนรูปที่ 2 เห็นเค้าทำคล้ายๆไอมอนเตอร์ก็เลยลองซื้อมาทานดูก็โอเคเลยรสชาติผลไม้ กำลังพอดีๆ
ขอรีวิวภาพเท่านี้ก่อนดีกว่า 5 55* รูปสุดท้ายจะเห็นว่าหลานกุมขมับเลย( มันจะถ่ายอะไรกันนัก จะไม่กลับมาบ้านอีกรึไง)
..
..
..
.. 
รู้สึกกลับมาครั้งนี้ ได้อ่านหนังสือเยอะ ได้ลองใตร่ตรองคิดอะไรมากกว่าเด็กๆ(สงสัยแก่ขึ้น)
ทำให้ได้รู้ว่าวัตถุนั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนมากกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่หรือเครื่องมือเครื่องใช้
ต่างปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สะดวกสบายต่อการใช้ของมนุษย์
บางครั้งแพรวก็ลองคิดเหมือนกันว่า อยากให้มันหยุดดๆๆบ้าง ช้าลงนิดนึงได้มั๊ย!
แต่คิดดูอีกทียังไงทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
เหลืออยู่แค่ว่ามนุษย์นั่นเองจะใช้มันไปในทางไหน จะดูแลช่วยกันมั๊ย
 แล้วต่อไปมันจะกลับมาทำลายเราหรือเปล่า สุดท้ายก็เหลือแค่มนุษย์เราที่ต้องอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป.
ยังไงก็ใช้สิ่งต่างๆที่สร้างขึ้นมาให้ถูกวิธีนะคะ
 
..
..
..
.. 
แม้ทุกอย่างจะหยุดลงแต่สิ่งที่จะเดินไปต่อคือ เวลา!!!
(นิ้วกลม)
ปล.กลับมหาลัย พรุ่งนี้ไฟลท์เย็นค่ะ
ปล. 2 กลับไปต้องเร่งเครื่องอ่านหนังสือนิดนึงเพราะกลับมามัวแต่อ่านหนังสืออย่างอื่น 55 5*

                                                               อยากลดน้ำหนักกันบ้างมั๊ยคะ ? 

 อยากลองลดน้ำหนักกับเค้าบ้าง..,, แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำเล้ย

จนตอนนี้ยิ่งโตยิ่งเหมือนหมู (แม่บอกว่าจะเอาไปชั่งโลขายยแล้ว 55 5*)

เคยคิดว่าจะทำมาตลอดตั้งแต่มัธยม..

มีแต่ได้แค่คิดไม่เคยได้ลองทำอย่างเป็นจริง เป็นจังกับเค้าซักที >.<

มาลองดูซักตั้งกันเถอะเนอะ... ว่าจะลดได้กี่กิโล.. 5 55*

.... แต่ก็กลัววว่าจะทำไม่ได้ เดี๋ยวเบื่อก่อน เดี๋ยวนั้น เดี๋ยวนู้น เดี๋ยวนี่ ,,..

ชีวิตจะทำอะไรจิงๆจังๆซักทีได้มั๊ยยย ก็ไม่รู้

 

ยิ่งตอนนี้แพรวกลับมาบ้านน โหหห สุดยอดอาหารการกินน กลับมอไป น้ำหนักขึ้นบานชัวร์ ..,,

แต่สัญญาค่ะ.. หลังจากกลับมอไปแล้วจะพยายามออกกำลังกาย

และลดอาหารที่ชอบ (ของมันๆๆทั้งนั้น 5 5*) แล้วจะพยายามรายงานผลให้ฟังกัน

ก๊ากก 555 *

ใครอยากลดบ้าง ก็มาลดเป็นเพื่อนกันนะคะ ไม่ใช่เพื่อน้ำหนัดลดอย่างเดียว  แต่เพื่อสุขภาพของตัวเราเองด้วยนะคะ  !!!

 

สู้ๆๆ เว้ยยยแพรวววว 55 *

ปล. แต่ได้ข่าวว่าพรุ่งนี้จะไปกินพิซซ่า เนื่องจากลูกใกล้กลับ กทม. ต้องพาป๊ะป๊าไปกินก่อน ป๊ะป๊าบอกสั่งไม่เป็น